การเทรดสวนเทรนด์ หรือ Counter-Trend Trading คือการเปิดสถานะซื้อขายในทิศทางตรงข้ามกับแนวโน้มหลักของราคาทองคำ เช่น เปิดขาย (Short) ในขณะที่ราคากำลังเป็นขาขึ้น หรือเปิดซื้อ (Long) ในขณะที่ราคากำลังเป็นขาลง โดยหวังทำกำไรจากการที่ราคาจะ "ย่อตัว" หรือ "กลับตัว" ชั่วคราวก่อนไปต่อในทิศทางเดิม เทคนิคนี้ให้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูดหากจับจังหวะถูก แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงสูงมากสำหรับมือใหม่
Counter-Trend คืออะไร ต่างจาก Trend Following อย่างไร
การเทรดตามเทรนด์ (Trend Following) คือการเปิดออเดอร์ไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มราคา ซึ่งถือว่าปลอดภัยกว่าเพราะ "น้ำไหลไปทางไหนก็ว่ายตามทางนั้น" ส่วน Counter-Trend คือการว่ายทวนน้ำ นักเทรดที่ใช้เทคนิคนี้เชื่อว่าราคาที่วิ่งไปไกลเกินไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งมักจะมีการ "ดีดกลับ" อย่างน้อยในระยะสั้น จึงพยายามจับจังหวะจุดกลับตัวนั้นเพื่อทำกำไร
สัญญาณที่นักเทรดใช้มองหาจุดกลับตัว
- Overbought / Oversold จากอินดิเคเตอร์อย่าง RSI หรือ Stochastic ที่บ่งชี้ว่าราคาขึ้นหรือลงมากเกินไปแล้ว
- แนวรับแนวต้านสำคัญ ที่ราคาทองคำเคยเด้งกลับหลายครั้งในอดีต
- รูปแบบแท่งเทียนกลับตัว เช่น Pin Bar, Doji หรือ Engulfing Pattern ที่ปลายเทรนด์
- Divergence คือราคาทำจุดสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ แต่อินดิเคเตอร์ไม่ยืนยันตาม ซึ่งมักเป็นสัญญาณเตือนว่าแรงเทรนด์เริ่มอ่อนลง
ทำไมมือใหม่ถึงชอบเทรดสวนเทรนด์
มือใหม่มักถูกดึงดูดด้วยแนวคิดที่ว่า "ราคาขึ้นมาเยอะแล้ว เดี๋ยวต้องลง" หรือ "ราคาลงมาเยอะแล้ว เดี๋ยวต้องขึ้น" เพราะฟังดูสมเหตุสมผลและรู้สึกเหมือนซื้อของถูกขายของแพง แต่ในความเป็นจริง ตลาดทองคำสามารถวิ่งเป็นเทรนด์ยาวนานกว่าที่คาดคิดมาก การคาดเดาจุดกลับตัวโดยไม่มีหลักการที่ชัดเจนจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้มือใหม่ขาดทุน
ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องระวัง
- เทรนด์อาจไม่กลับตัวจริง สิ่งที่ดูเหมือนการย่อตัว อาจเป็นแค่จังหวะพักสั้นๆ ก่อนราคาวิ่งต่อในทิศทางเดิม ทำให้ขาดทุนหนักหากไม่มีจุดตัดขาดทุน
- สวนเทรนด์ที่แข็งแรงเกินไป ในช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ หรือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่คนแห่ซื้อ เทรนด์อาจแรงและยาวนานจนสวนไม่ไหว
- อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนไม่คุ้มค่า เพราะการเข้าสวนเทรนด์มักต้องตั้งจุดตัดขาดทุนกว้าง ในขณะที่เป้าหมายกำไรจำกัด
- อารมณ์และความมั่นใจเกินไป เมื่อเทรดสวนเทรนด์สำเร็จ 2-3 ครั้งติดกัน มือใหม่มักเข้าใจผิดว่าตัวเองอ่านตลาดเก่ง จนเริ่มเทรดโดยไม่มีวินัย
หลักการบริหารความเสี่ยงสำหรับการเทรดสวนเทรนด์
- ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ทุกครั้งก่อนเข้าออเดอร์ และไม่ขยับหนีเมื่อราคาวิ่งสวนทาง
- ใช้ขนาดล็อตที่เล็กลงกว่าปกติ เพราะความเสี่ยงในการสวนเทรนด์สูงกว่าการเทรดตามเทรนด์
- ไม่ควรสวนเทรนด์ในกรอบเวลาใหญ่ เช่น เทรนด์รายวันหรือรายสัปดาห์ที่แข็งแรง ควรเลือกเล่นในกรอบเวลาสั้นและจำกัดเป้าหมายกำไรให้ชัดเจน
- รอสัญญาณยืนยันหลายอย่างพร้อมกันก่อนเข้าออเดอร์ ไม่เข้าเพียงเพราะคิดไปเองว่าราคาน่าจะกลับตัว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและควรหลีกเลี่ยง
- เข้าสวนเทรนด์ทันทีที่เห็นราคาขึ้นหรือลงแรง โดยไม่รอสัญญาณยืนยัน
- ไม่มีแผนออกจากตลาดที่ชัดเจนทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
- ถัวเฉลี่ยขาดทุน (เพิ่มออเดอร์สวนทางเรื่อยๆ) เมื่อราคาวิ่งสวนกับที่คาดไว้ ซึ่งอาจทำให้ขาดทุนบานปลาย
- ใช้เทคนิคนี้กับทุกสถานการณ์ โดยไม่แยกแยะว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงเทรนด์แรงหรือช่วง Sideway
การเทรดสวนเทรนด์เป็นเทคนิคที่ให้ผลตอบแทนดีหากจับจังหวะถูกต้อง แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าการเทรดตามเทรนด์มาก มือใหม่ควรศึกษาสัญญาณกลับตัวให้แม่นยำ ตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง ใช้ขนาดล็อตที่เหมาะสม และไม่ควรใช้เทคนิคนี้เป็นหลักจนกว่าจะมีประสบการณ์เพียงพอ